Tag Archive | ยกเสาเอกเสาโท

พีธียกเสาเอก

                             

พิธียกเสาเอก

พิธียกเสาเอก

              

พิธียกเสาเอก

         พิธีการยกเสาเอก  ในการปลูกสร้างบ้านเรือนนี้  มีมาตั้งแต่โบราณกาล  คนโบราณท่านมักจะต้องพิถีพิถัน ในการจัดพิธีบวงสรวงสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์   องค์เทพเทวา เจ้าที่เจ้าทาง ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ดั้งเดิม ซึ่งดูแลปกปักรักษาสถานที่ดินในแต่ละสถานที่  รวมถึงการขอขมาต่อพระแม่ธรณี ในการที่เราไปกระทำการ กระทบกระเทือนผืนแผ่นดิน โดยการไปขุด ตอก  เจาะ เคลื่อนย้าย ดิน ต่างๆ  ชาวไทยในสมัยก่อนต่างมีความเชื่อกันอยู่หลากหลายแบบด้วยกันซึ่ง ความเชื่อสำหรับการจะสร้างบ้านให้ผ่านไปอย่างง่ายดายและอยู่อย่างมั่นคง ทำให้เกิด พิธียกเสาเอกขึ้นมา ซึ่ง เสาเอก คือเสาต้นแรกของเรือนที่จะยกขึ้น อันเกี่ยวกับพิธีทางไสยศาสตร์ มีการกำหนดฤกษ์ยามทิศทาง ตามแต่หมอจะเป็นผู้ดูให้        การทำพิธียกเสาเอกจะทำให้งานก่อสร้างมีความราบรื่นไม่มีปัญหาและอุปสรรคและเมื่อได้เข้าอยู่บ้านหลังที่สร้างแล้วจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข  และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี  ซึ่งเป็นความเชื่อและเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมา  และบ้านทุกหลังที่มีการก่อสร้าง  มักจะทำพิธียกเสาเอกเพื่อเป็นสิริมงคลต่อการอยู่อาศัย  แต่พิธีการ  และขั้นตอนอาจแตกต่างกันในรายละเอียด  บ้านบางหลังจะทำพิธียกเสาเอก  โดยพระอาจารย์ที่เคารพนับถือ  บางหลังทำพิธีโดยพราหมณ์  และบางหลังทำพิธีโดยผู้ใหญ่หรือบุคคลที่เคารพนับถือ

การกำหนดฤกษ์เสาเอก

     การกำหนดฤกษ์เสาเอกนั้น  ส่วนใหญ่ก็คงต้องให้ผู้ที่เรานับถือ  เช่น  พระอาจารย์  พราหมณ์  หรือผู้ใหญ่ที่เรานับถือ  ดูฤกษ์ดูยามในการทำพิธียกเสาเอกให้  โดยท่านเหล่านั้นก็จะหาวันและเวลาที่เป็นมงคลให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่เราสะดวกที่จะสร้างด้วย  ถ้าหากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกในการตามหาพระอาจารย์ทั้งหลายมาให้ฤกษ์ให้ยาม  คุณอาจจะหาฤกษ์ด้วยตนเองก็ได้  โดยอาจจะดูจากปฏิทิน  100  ปี  หรือหาซื้อหนังสือโหราศาสตร์  ประเภทสรุปรวมฤกษ์ประจำทั้งปี  ซึ่งหนังสือพวกนี้จะออกวางตลาดตอนปลายปีทุกปี  ลองอ่านและหาฤกษ์ด้วยตนเองได้

การทำพิธียกเสาเอกกับขั้นตอนการสร้างบ้าน

           ในสมัยโบราณ  การก่อสร้างบ้านส่วนใหญ่เป็นการสร้างบ้านไม้  เสาบ้านก็เป็นเสาไม้  ดังนั้นฤกษ์ลงเสาเอกก็คือ  ฤกษ์เวลาที่เรานำเสาหลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่เตรียมเอาไว้  จัดเสาให้ตั้งตรง  และเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้  เอาดินกลบหลุมทั้งหมด  แต่ในปัจจุบัน  ขั้นตอน  และวิธีการก่อสร้างได้เปลี่ยนไป  อาคารปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วแต่เป็นอาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก  ต้องมีการตอกเสาเข็ม  ต้องมีการเทฐานราก  ทำตอม่อ  แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พื้นดินได้  ดังนั้นก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจว่าพิธียกเสาเอกกับการสร้างในปัจจุบันที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตนั้น  เขาทำกันในช่วงไหนของการก่อสร้าง  ซึ่งจากประสบการณ์ในการก่อสร้างที่ผ่านมา  พิธียกเสาเอก  จะทำกันได้ใน  3   ลักษณะดังนี้

                1.  ยึดเวลาที่ตอก (เจาะ) เสาเข็มต้นแรก  หรือเวลาที่ตอก (เจาะ)เสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “ฤกษ์” เข็มเอก) 

               2.  ยึดเวลาที่ยกเสาเหล็กเสริม เทคอนกรีตฐานราก (จะเทคอนกรีตฐานรากพร้อมกับการตั้งเหล็กเสาต้นที่เป็นเสาเอก) 

               3.  ยึดเวลาที่มีการเทคอนกรีตหล่อเสาอาคารจริงๆ (ซึ่งอาจจะตั้งหลังจากเริ่มทำการก่อสร้างแล้วเป็นเดือน)  โดยในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะการเตรียมการ  เตรียมของใช้และขั้นตอนในการยกเสาเอกแบบ  ที่ยึดเวลาที่ยกเสาเหล็กเสริมขึ้นตั้งและเทคอนกรีตฐานราก  ซึ่งเป็นลักษณะที่การสร้างบ้านในส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้กัน

การเตรียมการหน้างานในพิธียกเสาเอก

การเตรียมหน้างานก่อสร้างให้พร้อมก่อนการทำพิธียกเสาเอกถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง  เพราะว่าฤกษ์  ในพิธียกเสาเอก  เป็นฤกษ์เวลาที่แน่นอน  เช่นบางหลังกำหนดที่เวลา  9.09  น.  ดังนั้นการเตรียมการหน้างานที่ไม่พร้อมอาจทำให้เกิดปัญหาขลุกขลัก  ทำให้เกิดความผิดพลาดไม่ตรงกัน  ฤกษ์ที่กำหนดไว้  เกิดความไม่สบายใจได้  ดังนั้นการเตรียมการหน้างานให้มีความพร้อมนั้นจะต้องจัดเตรียมงานดังนี้

        1.  การเตรียมพื้นที่  โดยรอบของบริเวณที่จะทำพิธีให้เรียบร้อย  เพื่อสะดวกในการทำพิธี

        2. ขุดหลุมฐานรากที่จะทำพิธีให้มีขนาดความลึกและความกว้างตามแบบ

        3. ปรับพื้นที่ก้นหลุมให้เรียบร้อยเก็บเศษปูนเศษไม้ให้หมด  ปรับระดับให้เรียบด้วยทรายหยาบ

พิธียกเสาเอก-01

พิธียกเสาเอก02

พิธียกเสาเอก02

พิธียกเสาเอก03

พิธียกเสาเอก

           4.  เตรียมผูกเหล็กเสริมฐานรากไว้ด้านบน  พร้อมที่จะยกลงตอนทำพิธี

           5.  เตรียมผูกเหล็กเสาที่จะทำการยกเสาเอกวางพาดไว้  ตรงปากหลุมโดยยกหัวเสาให้สูงขึ้นกว่าโคนเสา

           6.  เตรียมคอนกรีตให้พร้อมเพื่อเตรียมเทหลังจากที่ยกเสาเหล็กขึ้นตั้งแล้ว 

การเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอก

การเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอกนั้นมีอยู่หลายตำราด้วยกัน  แล้วแต่ผู้ที่เรานับถือที่จะดำเนินการทำพิธีให้เป็นผู้กำหนด  แต่ในที่นี้เราจะอ้างอิงจาก  “ศาสนพิธี”  ในหนังสือพุทธศาสตร์  ปีที่  43  อันดับที่ 1/2543  โดยการเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอกมีดังนี้

                1.  จัดโต๊ะหมู่บูชา 1 ชุด พร้อมเครื่องสักการะ (ถ้าประสงค์) 

                2.  จตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระ  1  ชุด (กรณีนิมนต์พระมาประพรมน้ำมนต์ที่หลุม  และเจริญชัยมงคลคาถา)

                3.  เครื่องบูชาฤกษ์หรือสังเวยเทวดา (จัดย่อส่วนก็ได้  ดูพิธีวางศิลาฤกษ์)

                4.  ใบทอง นาก เงิน  อย่างละ  3  ใบ 

                5.  ทอง  เงิน  อย่างละ  9  เหรียญ 

                6.  ทรายเสก  1  ขัน 

                7.  น้ำมนต์  1  ขัน  (พร้อมกำหญ้าคา  1  กำ) 

                8.  ด้ายสายสิญจน์  1  ม้วนเล็ก 

               9.  ทองคำเปลว  3  แผ่น 

               10. ผ้าแพรสีแดง  ห่มเสา หรือผ้าขาวม้า  1  ผืน  

               11. หน่อกล้วย  อ้อย  อย่างละ  1  หน่อ     

               12. ไม้มงคล  9  ชนิด  ได้แก่  กันเกรา  ทรงบาดาล  ชัยพฤกษ์  ราชพฤกษ์  ขนุน  สักทอง  ทองหลาง  ไผ่สีสุก  พยุง 

               13. แผ่นทอง  นาก  เงิน  อย่างละ  1  แผ่น 

               14. ข้าวตอกดอกไม้  1  ขันพิธียกเสาเอก04

พิธียกเสาเอก05

พิธียกเสาเอก05

ลำดับพิธีในการยกเสาเอก

การทำพิธียกเสาเอกก็มีหลายตำรา  แล้วแต่ผู้ดำเนินพิธี  แต่ในที่นี้เราก็จะอ้างอิงจาก  “ศาสนพิธี”  ในหนังสือพุทธศาสตร์  ปีที่  43  อันดับที่  1/2543  เช่นกัน  โดยลำดับพิธีขอบงการยกเสาเอกมีดังนี้ 

               1.  วางสายสิญจน์  เริ่มจากโต๊ะบูชาไปโต๊ะสังเวยขวา  บริเวณสถานที่ก่อสร้างเข้าสู่เสาเอก (ก่อนเวลาฤกษ์พอสมควร) 

               2.  จุดเทียนธูปที่โต๊ะหมู่บูชา  อธิษฐานเพื่อเกิดสิริมงคล  กราบพระ

               3.  จุดเทียนธูปที่โต๊ะสังเวย  บูชาเทวดาให้คุ้มครอง

               4.  กล่าวสังเวยเทวดา 

               5.  โปรยดอกไม้มงคล  9  ชนิด  ลงในหลุมเสาเอก (ถ้ามี) 

               6.  วางแผ่นทอง  นาก  เงินในหลุมเสาเอก (ถ้ามี)

                7.  นำใบทอง  นาก  เงิน  และเหรียญทอง  เงิน  ลงก้นหลุมแล้วนิมนต์พระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์โปรยทรายเสกที่หลุมเสา

               8.  เจิมและปิดทองเสาเอก 

               9.  ผูกหน่อกล้วย  อ้อย  และผ้าสีแดงหรือผ้าขาวม้าที่เสาเอก

               10. ถือด้ายสายสิญจน์  พร้อมทั้งญาติมิตรผู้ร่วมพิธี 

               11. ช่วยกันยกเสาเอก  จนตั้งเรียบร้อย (ขณะยกเสานั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา) (ถ้ามี)

               12. โปรยข้าวตอกดอกไม้ลงหลุมเสาเอก  พร้อมทั้งญาติมิตรผู้ร่วมพิธีเสร็จพิธี 

                      -  ถ้ายกเสาเอกในเดือน 1-2-3  เสาเอก  อยู่ทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)จะอยู่ดีกินดี เป็นมหาสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยเรือนนั้น 

                      -  ถ้ายกเสาเอกในเดือน 4 – 5 – 6  เสาเอก  อยู่ทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้)จะเกิดโชคลาภ เป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย 

                      -  ถ้ายกเสาเอกในเดือน 7 – 8 – 9  เสาเอก  อยู่ทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้)ผู้อยู่อาศัยในเรือน ปลอดภัยไร้โรคภัย มีโชคลาภ 

                       -  ถ้ายกเสาเอกในเดือน  10 – 11 – 12  เสาเอก  อยู่ทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ)จะเกิดสิริมงคล พ้นเคราะห์ภัย ไม่อับจน

                13. เมื่อธูปที่โต๊ะสังเวยไหม้หมดดอก  ให้ลาเครื่องสังเวยได้ว่า  “เสสัง  มั

งคะลัง  ยาจามิ”

                14. หน่อกล้วย  อ้อย  เมื่อช่างเอาลงจากเสาแล้ว  ให้นำไปปลูกไว้ในที่ต้องการ  เพื่อเสี่ยงทายว่าจะงอกงามเพียงใด

                       -  ถ้าจัดโต๊ะสังเวยไม่ได้  จะจัดเป็นสำรับบูชาพระภูมิเจ้าที่ธรรมดาก็ได้  และสิ่งประกอบอื่นๆ  ก็เลือกเอาเท่าที่จำเป็นและหาได้ง่าย

พิธียกเสาเอก06

พิธียกเสาเอก07

พิธียกเสาเอก07

ปีที่ปลูกเรือนเสริมสิริมงคล

ปลูกเรือนปีชวดยกเสาเอกให้เอาไม้ราชพฤกษ์ปักเสามุมแรก ก่อนยกเสาเอกเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย และโปรยดอกไม้ 3 สีสีที่เป็นสิริมงคล ดอกกุหลาบ ดอกรัก ดอกพุทธ และบวงสรวงด้วยกล้วยที่เป็นมิ่งขวัญปีเกิด จะทำให้ อยู่เย็นเป็นสุขทำมาหากินเจริญยิ่งขึ้น 

ปลูกเรือนปีฉลู       ยกเสาเอกเอากล้วยและผ้าขาว พันเสาเอก เอากิ่งมะตูม 3 กิ่งปักที่เสาเอก และบวงสรวงด้วยลูกตาล ขนมฝอยทอง จะทำให้มีแต่สิ่งดี ๆเข้าบ้านและมีความสุขความเจริญ

 ปลูกเรือนปีขาล        ยกเสาเอกเอาข้าวสุก 3 กระทง และน้ำ 3 ขัน ขันเงิน ขันทอง ขันนาก รดที่ต้นเสาก่อนแล้วโปรย ดอกไม้ 3 ชนิด ดอกดาวเรืองดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย เพื่อเป็นเคล็ดให้ร่ำรวยอยู่เย็นเป็นสุข

 ปลูกเรือนปีเถาะ       ยกเสาเอกเอาใบตะเคียน ใบเฉียง ใบพร้าหอม ต้นกล้วย 1 ต้นห่อปลายเสาแล้วบวงสรวงด้วย หมูย่าง ปลายำจะทำให้รุ่งเรือง

 ปลูกเรือนปีมะโรง      ยกเสาเอกเอาใบมะกรูด และกำยานพันปลายเสาก่อนแล้วจึงยกเสาเอก แล้วโปรยดอกไม้มงคล 7 ชนิด ดอกรัก ให้รักใคร่กัน ดอกดาวเรือง ให้เจริญรุ่งเรือง ดอกบัว ให้มีคนนับถือดอกกุหลาบ ให้สุขสด ชื่น ดอกบานไม่รู้โรย ให้มั่งมีอย่างไม่รู้โรย ดอกพุทธให้พระคุ้มครอง ดอกมะลิ ให้อยู่เย็นเป็นสุข อธิษฐาน จะทำให้ร่ำรวย มั่งมีเป็นสุขตลอดไป

 ปลูกเรือนปีมะเส็ง     ยกเสาเอกเอาใบสิงห์ 2 กิ่งผูกที่ปลายเสา และข้าว 3 กระทง ธูปเทียนจุดบูชา ทั้งบูชาดอกกุหลาบ พวงมาลัย มะลิสดดอกรัก น้ำเย็น 6 ขัน แล้วพูดว่า มั่ง มี ศรี สุข ใช่ จึงยกเสาเอกจะทำให้รุ่งเรืองขึ้น

 ปลูกเรือนปีมะเมีย      ยกเสาเอกเอาใบขี้เหล็ก กวาดตั้งแต่ปลายเสาลงมาถึงโคนเสา 3 ครั้งแล้วเอาน้ำรดปลายเสา ให้อด ใจรอจนถึงเวลาไก่ขัน และบวงสรวง กล้วย มะพร้าว ส้มจงลงเสาเอก จึงจะร่มเย็นเป็นสุข

ปลูกเรือนปีมะแม       ยกเสาเอกเอาใบเงิน 3 ใบ หมากผู้ 3 ใบหมากเมีย 3 ใบ แล้วเอาใบทั้งกล้วยอ้อยใส่ลงไปในหลุม ก่อน แล้วจึงยกเสาเอกแล้วบวงสรวง กล้วย อ้อย มะพร้าวขอพรจะเสริมสิริมงคลให้มีโชคลาภตลอดไป

 ปลูกเรือนปีวอก       ยกเสาเอกเอาเทียน 3 เล่มแปะทองผูกข้างเสาด้านหัวนอนก่อน และนำใบเงิน ใบทอง ใบนาก ลงฐานหลุมแล้วจึงยกเสาเอกจะทำให้มั่งมี ศรีสุข ตลอดกาล

ปลูกเรือนปีระกา             ยกเสาเอก เอาข้าวตอกกับใบบัวบก มาใส่รองรับเอาไว้ในหลุมเสาเอก และเสารองหรือใส่ให้ครบ 4 ทิศจะเสริมมงคลให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข และบวงสรวงด้วย ข้าว แกง แอปเปิล ดอกบัวหลวง ขอพรจะทำให้มั่งมีศรีสุข

ปลูกเรือนปีจอ                 ยกเสาเอก เอาข้าวตอกกับใบบัวบก มาใส่รองรับเอาไว้ในหลุมเสาเอก หรือใส่ให้ครบ 4 ทิศ และบูชา ด้วยดอกบัวเหลวง จะทำให้มีคนอุปถัมภ์

ปลูกเรือนปีกุน         ยกเสาเอกเอาดอกชบา 1 ดอกและดอกบัวอีก 1 ดอก ใส่หลุมเสาเอก แล้วลงเสาเอก ฤกษ์ 9.09น. จะทำให้มีความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

ข้อยกเว้นที่ห้ามใช้ฤกษ์

          สำหรับคนเกิดวันต่างๆ ถึงจะมีในรายการฤกษ์ข้างบนก็ห้ามใช้เด็ดขาด เพราะเป็นวันศัตรูและกาลกิณีกับวันเกิด
1. ผู้เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันศุกร์และวันอังคาร
2. ผู้เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันอาทิตย์และวันพฤหัสบดี
3. ผู้เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันจันทร์และวันอาทิตย์
4. ผู้เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันพุธ (กลางคืน)
5. ผู้เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันเสาร์
6. ผู้เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันพุธ (กลางคืน) และวันเสาร์
7. ผู้เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันพุธ (กลางวัน) และวันศุกร์
8. ผู้เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ฤกษ์ที่เป็นวันพฤหัสบดีและวันพุธกลางวัน

ชนิดมีชื่อเป็นมงคลนาม ดังนี้

1. ไม้ราชพฤกษ์ หมายถึง ความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา
2. ไม้ขนุน หมายถึง หนุนให้ดีขึ้นร่ำรวยขึ้น ทำอะไรจะมีผู้ให้การเกื้อหนุน
3. ไม้ชัยพฤกษ์ หมายถึง การมีโชคชัย ชัยชนะ
4. ไม้ทองหลาง หมายถึง การมีเงินมีทอง
5. ไม้ไผ่สีสุก หมายถึง มีความสุข
6. ไม้ทรงบาดาล หมายถึง ความมั่นคง หรือทำให้บ้านมั่นคงแข็งแรง
7. ไม้สัก หมายถึง ความมีศักดิ์ศรี ความมีเกียรติ
8. ไม้พะยูง หมายถึง การพยุงฐานะให้ดีขึ้น
9. ไม้กันเกรา หมายถึง ป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ หรืออีกชื่อหนึ่งว่าตำเสา ซึ่งอาจหมายถึง ทำให้เสาเรือนมั่นคง
ไม้ มงคลเหล่านี้จะลงอักขระที่เรียกว่า หัวใจพระอิติปิโส ได้แก่ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ ลงบนท่อนไม้ชนิดละอักขระ พร้อมทั้งปิดทองทั้ง 9 ท่อน โดยปักวนจากซ้ายไปขวา (ทักษิณาวรรต)

หมายเหตุ:
โบราณาจารย์ทั้งหลายท่านว่า

เดือนไม่ควรปลูกเรือน สร้างบ้านที่อยู่อาศัย ในเดือน ๑, ๓, ๕, ๗, ๘, ๑๐, ๑๑

เดือนที่ควรปลูกเรือนคือเดือน  ๒, ๔, ๖, ๙, ๑๒

พิธียกเสาเอก08

พิธียกเสาเอก08

ติดต่อการทำพิธียกเสาเอก  081-828-7976  

Email:chaif168@gmail.com